การ ซ่อมบำรุง การดูแลรักษาระบบระบายความร้อนเครื่องยนต์

การ ซ่อมบำรุง การดูแลรักษาระบบระบายความร้อนเครื่องยนต์ ระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์มีอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบ คือ ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศและด้วยน้ำหล่อเย็น ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศเป็นระบบระบายความร้อนที่ใช้อยู่รถจักร-ยานยนต์และเครื่องยนต์การเกษตร การระบายความร้อนแบบอากาศจะใช้แรงลมภายนอกมาปะทะกับครีบระบายความร้อนที่ติดอยู่กับเสื้อสูบเพื่อระบายความร้อนของเครื่องยนต์ ด้วยอากาศภายนอกที่ร้อนมาก (30-40 องศา) ทำให้ระบายความร้อนได้ไม่เพียงพอ ทำให้ปะเก็นต่างๆ ของเครื่องยนต์เกิดการเสื่อมสภาพเร็วมากยิ่งขึ้น และยังส่งผลทำให้เครื่องยนต์มีอายุการใช้งานที่สั้นลง

การดูแลรักษาเครื่องยนต์ที่ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ ควรมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอ น้ำมันเครื่องที่ใช้หล่อลื่นเครื่องยนต์ได้ดี ถ้าเครื่องยนต์มีพอร์ตที่สามารถติดตั้งชุดเลอร์เพิ่มเติม เพื่อการระบายความร้อนของน้ำมันเครื่อง ช่วยให้เครื่องยนต์มีการระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้น

ในส่วนของระบบระบายความร้อนด้วยน้ำหล่อเย็น เป็นระบบระบายความร้อนที่ใช้อยู่ในเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งเครื่องยนต์ที่ใช้อยู่ทั่วไปก็ใช้ระบบระบายความร้อนในรูปแบบหล่อเย็นเช่นกัน จุดเด่นของระบบระบายความร้อนแบบน้ำหล่อเย็นที่ให้ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนได้เป็นอย่างดี มีการหมุนเวียนน้ำหล่อเย็นเข้าไปในส่วนต่างๆ ของเครื่องยนต์เพื่อระบายความร้อน

ด้วยประสิทธิภาพการระบายความร้อนที่ดีของระบบระบายความร้อนแบบน้ำหล่อเย็น ทำให้บริษัทผู้ผลิตจักรยานต์ได้นำระบบระบายความร้อนแบบน้ำหล่อเย็นไปพัตนาใช้กับรถจักรยานยนต์เพิ่มมากขึ้น

ระบบระบายความร้อนแบบน้ำหล่อเย็นมีชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ต้องทำงานร่วมกันอยู่หลายชิ้นส่วน ซึ่งประกอบด้วยหม้อน้ำ,พัดลมระบายความร้อน,ปั้มน้ำ,ท่อน้ำ และวาวล์วน้ำ ซึ่งแต่ละชิ้นส่วนมีการทำงานร่วมกันเป็นอย่างดี ฉะนั้นการดูแลรักษาระบบระบายความร้อนเครื่องยนต์แบบน้ำหล่อเย็นต้องมีการดูแลรักษาชิ้นส่วนอุปกรณ์ให้มีความสมบูรณ์ในทุกส่วน

สิ่งแรกที่ต้องดูแลรักษา คือหม้อน้ำ

หม้อน้ำที่ติดตั้งอยู่กับเครื่องยนต์ทำหน้าที่ระบายความร้อนของน้ำหล่อเย็นด้วยพัดลมระบายความร้อนที่ติดตั้งกับหม้อน้ำ จะทำการดูดอากาศเย็นจากด้านหน้ารถยนต์เข้ามาโดยผ่านแผงรังผึ้งหม้อน้ำเพื่อให้น้ำหล่อเย็นมีอุณหภมิลดลง แล้วส่งน้ำหล่อเย็นกลับสู่เครื่องยนต์ เพื่อระบายความร้อนเครื่องยนต์อีกครั้ง การดูแลรักษาหม้อน้ำให้มีประสิทธิภาพการระบายความร้อนได้ดี ควรมีการตรวจเช็กปริมาณน้ำในหม้อน้ำอย่างสม่ำเสมอ ถ้าน้ำหล่อเย็นในหม้อน้ำมีสีสนิมก็ควรจะทำการเปลี่ยน ถ่ายน้ำหล่อเย็นใหม่ เพื่อระบายความร้อนที่ดียิ่งขึ้น (น้ำหล่อเย็นที่มีสนิมปนเปื้อนจะทำให้การระบยความร้อนของเครื่องยนต์ไม่ดีเพียงพอ เพราะผงสนิมที่ปนเปื้อนอยู่ ในน้ำหล่อเย็นจะเป็นสื่อความร้อนให้เพิ่มมากขึ้น และจะทำให้รูน้ำภายในเครื่องเกิดการอุดตันได้

การเปลี่ยนถ่ายน้ำหล่อเย็นเครื่องยนต์ สามารถทำได้โดยการคลายนอตใต้หม้อน้ำปล่อยน้ำหม้อน้ำทิ้งเติมน้ำเข้าสู่หม้อน้ำด้านบนให้เท่ากับปริมาณน้ำที่ออกจากหม้อแล้ว ทำการสตาร์ตเครื่องยนต์ให้เกิดน้ำหมุนเวียน ไล่สนิมที่ตกค้างอยู่ภายในเครื่องยนต์ และหม้อน้ำออกจนหมด แล้วค่อยทำการเปิดนอตด้านล่างหม้อน้ำให้แน่นทำการเติมน้ำหล่อเย็นใหม่ ให้เต็ม ทำการติดเครื่องยนต์อีกครั้งเพื่อไล่อากาศที่อยู่ในระบบออกให้หมด ทำการเติมน้ำ ให้เต็มอีกครั้งก็เป็นการเสร็จสิ้นการเปลี่ยนถ่ายน้ำหล่อเย็น สำหรับรถยนต์ที่มีหม้อพักน้ำเย็นก็ควรที่ะทำการล้างหม้อพักน้ำเย็นอีกเช่นกัน นอกจากการล้างภายในของหม้อน้ำแล้ว การล้างภายนอกของหม้อน้ำก็ควรทำความสะอาดเช่นกัน ทำการล้างฉีดแผงรังผึ้งหม้อน้ำให้สะอาด เพื่ออากาศได้ไหลผ่านรังผึ้งได้ดี ทำให้การระบายความร้อนดียิ่งขึ้น (การฉีดน้ำเพื่อล้างแผงรังผึ้งไม่ควรที่จะทำการฉีดน้ำแรงมากๆ เพราะอาจจะทำให้ครีบระบายความร้อนของแผงรังผึ้นเกิดบีบพับ) ทำให้การไหลผ่านของอากาศเพื่อระบายความร้อนหม้อน้ำได้ดีไม่เพียงพอ

สิ่งที่สองที่ต้องดูแลรักษา คือ พัดลมระบายความร้อนของเครื่องยนต์ พัดลมระบายความร้อนที่ใช้ระบายความร้อนเครื่องยนต์ เป็นพัดลมระบายความร้อนแบบดูด ที่ดูดอากาศภายนอกห้องเครื่องยนต์ ผ่านแผนรังผึ้งเข้ามาเป่าระบายความร้อนของเครื่องยนต์

พัดลมระบายความร้อนเครื่องยนต์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีอยู่ 2 รูปแบบ คือ พัดลมไฟฟ้า และพัดลมใช้กำลังเครื่องยนต์ พัดลมระบายความร้อนแบบไฟฟ้าเป็นพัดลมระบายความร้อนที่ควบคุมการทำงานด้วยชุดเซ็นเซอร์ ตรวจจับความร้อน เมื่อเครื่องยนต์มีค่าความร้อน 80-90 องศา ระบบเซ็นเซอร์จะทำการสั่งให้พัดลมระบายความร้อนมีการทำงานซึ่งแตกต่างกับพัดลมระบายความร้อนแบบใช้กำลังเครื่องยนต์หมุนที่มีการทำงานอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่เครื่องสตาร์ท จนยนต์เครื่องดับ การดูแลรักษาพัดลมระบายความร้อนไฟฟ้าควรมีการตรวจเช็กสม่ำเสมอ ถ้าพัดลมไฟฟ้ามีการหมุนในความเร็วรอบต่อนาทีน้อยกว่าเดิมหรือแรงลมการระบายความร้อนเบากว่าเดิม ควรที่จะเปลี่ยนพัดลมระบายความร้อนใหม่ ใช้ของมือสองที่เชียงกงก็สามารถทำได้

ส่วนการดูแลรักษาพัดลมระบายความร้อนที่ช้กำลังเครื่องยนต์การหมุน ควรมีการตรวจเช็กความหนืดของใบพัดของพัดลม ถ้ามีการหนืดน้อย ควรที่จะทำการเติมซิลิโคนเข้าไปในชุดปั๊มพัดลมเพิ่ม (การเติมซิลิโคนไม่ควรเติมมาก เพราะจะทำให้พัดลมมีการดูดอากาศเข้าสูเครื่องยนต์ในปริมาณมาก ๆ ทำให้เกิดเสียงดัง และยังทำให้เครื่องยนต์มีอัตราเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น)

สิ่งที่สามที่ต้องดูแลคือรักษาคือ ชุดปั๊มน้ำและวาล์วน้ำ ด้วยระบบระบายความร้อนเครื่องยนต์ต้องมีการหมุนเวียนน้ำหล่อเย็นไปยังส่วนต่างของเครื่องยนต์และส่งนำหล่อเย็นเข้าไปยังหม้อน้ำเพื่อระบายความร้อนของน้ำหล่อเย็น แล้วส่งกลับเข้าสู่เครื่องยนต์อีกครั้งเพื่อทำการระบายความร้อนของเครื่องยนต์อีกครั้ง เพื่อทำการระบายความร้อนของเครื่องยนต์สิ่งที่ทำหน้าที่เหมือนประตูเปิด – ปิด ให้ปริมาณน้ำหล่อเย็นเข้าสู่เครื่องยนต์นั้นคือชุดวาล์วน้ำ เมื่อเครื่องยนต์มีค่าความร้อนน้อย วาวล์วน้ำจะทำการเปิดให้น้ำหล่อเย็นไหลผ่านในปริมาณน้อย เพื่อรักษาอุณหภูมิของเครื่องยนต์ให้มีการเผาไหม้ที่ดี ถ้าเครื่องยนต์มีค่าความร้อนสูง ชุดวาล์วน้ำก็จะทำการเปิดให้น้ำหล่อเย็นไหลเข้าสู่เครื่องยนต์ในปริมาณมาก ๆ เพื่อการระบายความร้อนที่ดียิ่งขึ้น ในกรณีที่เครื่องยนต์มีค่าความร้อนสูงจะทำให้ชุดวาล์วน้ำตาย ไม่ยอมเปิดให้น้ำไหลผ่านไปด้านนอกเพื่อระบายความร้อนเครื่องยนต์ได้ ฉะนั้น เมื่อเครื่องยนต์มีอาการความร้อนสูง ควรที่จะทำการตรวจเช็กหรือเปลี่ยนชุดวาล์วน้ำไปพร้อมกัน การดูแลรักษาชุดวาล์วน้ำควรทำการเปลี่ยนปีละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกันปัญหาของอาการวาล์วน้ำตาย อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องทำงานไปควบคู่การทำงานของชุดวาล์วน้ำนั้นคือชุดปั๊มน้ำ จะทำหน้าที่ปั๊มน้ำที่ได้รับการระบายความร้อนจากหม้อน้ำเข้าสู่เครื่องยนต์ และผลักดันไล่น้ำหล่อเย็นที่มีค่าความร้อนสูงกลับเข้าไปสู่หม้อเพื่อทำการระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำอีกครั้ง การชำรุดเสียหายของชุดปั๊มน้ำมักจะเกิดจากอายุการใช้งานที่ยาวนาน ทำให้ชุดซีลต่าง ๆ เกิดการฉีกขาดหรือสึกกร่อน ทำให้เกิดการรั่วซึมของชุดปั๊มน้ำใหม่ เพื่อการปั๊มน้ำเข้าสู่เครื่องยนต์ได้ดียิ่งขึ้น (สำหรับท่านที่ทุนทรัพย์น้อยต้องการซ่อมปั๊มน้ำ ไม่ขอแนะนำครับ เพราะไม่คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป ใช้ได้ประมาณ 3 เดือนก็รั่วซึมแล้ว)

สำหรับสิ่งสุดท้ายที่ต้องดูแลรักษาคือ สายพานและท่อยาง ด้วยการทำงานของชุดปั๊มน้ำหล่อเย็นมีการทำงานด้วยการรับแรงฉุดของเครื่องยนต์ที่ส่งผ่านสายพานมายังชุดปั๊มน้ำ เพื่อทำการปั๊มน้ำส่งน้ำหล่อเย็นเข้าไปยังส่วนต่าง ๆ ของเครื่องยนต์ ฉะนั้น การดูแลรักษาชุดสายพานก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ควรให้การดูแลรักษา ควรทำการปรับตั้งสายพานให้ตึง เพื่อการส่งถ่ายกำลังเครื่องยนต์ไปยังชุดปั๊มน้ำได้ดียิ่งขึ้น ถ้าสายพานมีรอยแตกร้าวฉีกขาดควรที่จะทำการเปลี่ยนสายพานใหม่ทันที และนอกจากสายพานที่ต้องให้การดูแลแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน คือ ชุดท่อยาง ด้วยระบบระบายความร้อนเครื่องยนต์มีชุดท่อยางต่าง ๆ การดูแลรักษาชุดท่อยางควรที่จะตรวจท่อยางว่ามีรอยแตกร้าวหรือไม่ ถ้ามีควรทำการเปลี่ยนและตรวจเช็กท่อยางในทุกจุด

นอกจากการตรวจเช็กในแต่ละจุดแล้ว ควรทำการเปิดฝาหม้อดู ในขณะที่เครื่องยนต์ทำงาน สังเกตดูน้ำในหม้อน้ำว่ามีการหมุนเวียนดีขึ้นหรือไม่ ถ้ามีฟองอากาศออกมากับน้ำนั้นแสดงว่ามีการรั่วของอากาศเข้าไปในระบบน้ำหล่อเย็น ควรทำการตรวจเช็กชุดปะเก็นฝาสูบใหม่ซึ่งอาจเกิดการรั่วของอากาศได้ ส่งผลทำให้เครื่องยนต์มีการระบายความร้อนได้ไม่ดี